เมื่อหมีแพนด้ากำลังจะสูญพันธุ์
posted on 18 Aug 2009 17:18 by darkworldteam in Animal

(ภาพผู้จัดการออนไลน์)
นับตั้งแต่ไทยได้รับแพนด้าคู่ตุนาหงันช่วงช่วงและหลินฮุ่ยเข้ามาเป็นทูตสัมพันธ์ไมตรีจากประเทศจีน กระทั่งให้กับกำเนิดลูกน้อยมา ดูเหมือนว่าคนไทยออกจะตื่นเต้นกับเรื่องนี้จนกลายเป็นปรากฏการณ์แพนด้าฟีเวอร์ขึ้นมา จนทำเอาบ้างครั้งก็แอบหมั่นไส้ว่าจะอะไรกันนักหนากับแค่หมีแพนด้าคลอดลูกออกมาได้
แน่นอนว่าส่วนหนึ่ง เกิดจากสื่อกระพือข่าวเป็นการใหญ่โตจนเกินไป รัฐทุ่มงบประมาณให้มากเกินไป จนสัตว์ชนิดอื่นออกลูกน้อยใจ ต้องออกมาเรียกร้องความสนใจด้วยการทาสีตัวเป็นแพนด้าให้เป็นข่าวบ้าง
แต่เอาเถอะ ไม่ว่าจะอย่างไร แพนด้าก็คือสัตว์ชนิดหนึ่งบนโลกนี้ และอยู่ในสถานการณ์ขั้นวิกฤตไม่แพ้สัตว์ชนิดอื่นๆ เหมือนกัน
อยากให้ลองอ่านข่าวนี้ดู
ชี้แพนด้ายักษ์อาจสูญพันธุ์ในอีกเพียง 2-3 ชั่วรุ่นคน สืบเนื่องจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วนั้น ล่วงละเมิดต่อวิถีชีวิตของแพนด้าไม่หยุดยั้ง โกลบอลไทมส์ สื่อภาษาอังกฤษของรัฐจีน รายงานโดยอ้างองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก หรือ WWF
ปัญหาใหญ่ที่กำลังคุกคามการดำรงอยู่ของสายพันธุ์แพนด้ายักษ์ ได้แก่ ในขณะนี้แหล่งที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ถูกแยกออกจากกันเป็นเขตที่เล็กกว่าเมื่อก่อน สภาพดังกล่าวเป็นอุปสรรค์ต่อหมีแพนด้าในการออกหาหาคู่อย่างเสรีในเขตที่ห่างไกลจากถิ่นของตน ซึ่งยังเป็นอันตรายต่อพันธุกรรมแพนด้ายักษ์อีกด้วย
“หากแพนด้ายักษ์ไม่อาจหาคู่จากแหล่งที่อยู่อาศัยอื่นๆ สายพันธุ์ของพวกเขาก็อาจสูญสิ้นไปจากโลกในอีก 2-3 ชั่วรุ่น” ฟ่าน อี้หย่ง ผู้อำนวยการโครงการสายพันธุ์สัตว์ป่าประจำกรุงปักกิ่งของ WWF
การที่แพนด้ายักษ์ไม่อาจหาคู่ในพื้นที่ห่างไกลเหมือนเมื่อก่อนนั้น ขยายความเสี่ยงในการผสมพันธุ์สัตว์ที่มาจากพ่อแม่ที่มาจากสายเลือดเดียวกัน หรือ "เลือดชิด" เนื่องจากการที่ยิ่งถูกจำกัดให้ต้องผสมพันธุ์กับคู่ในถิ่นเดียวกันหรือใกล้เคียง ซึ่งมักเจอคู่ที่มีความใกล้ชิดทางสายเลือด และการผสมพันธุ์ระหว่างเลือดชิดมักได้ลูกแพนด้าที่อ่อนแอในการต้านทานเชื้อโรค และลูกหมีฯที่ด้อยสมรรถภาพในการสืบพันธุ์
ฟ่านชี้ทางหลวงที่ผุดขึ้นมากมายเป็นกำแพงใหญ่ที่ขัดขวางการสัญจรอย่างอิสระของแพนด้า ดังนั้น จึงควรบันยะบันยังในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางแห่ง (ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 สิงหาคม)
จากข่าวเห็นได้ชัดเลยว่า ‘การพัฒนาอย่างไม่ลืมหูลืมตา’ ของประเทศมหาอำนาจนั้น ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์บนโลกอย่างสูง
แม้ก่อนหน้านี้ จะมีการสำรวจพบว่า แพนด้ายักษ์มีจำนวนประชากรของพวกเขาเพิ่มขึ้น แต่สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีความแน่นอนพอที่จะย้ายชื่อแพนด้ายักษ์ออกจากบัญชีรายชื่อสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (ข้อมูลปี 2549)
หรือต่อให้จากนี้ จำนวนแพนด้ายักษ์เพิ่มขึ้นอีก ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม ยิ่งทุกวันนี้ เราต่างขยายอาณาเขตโลกโลกาภิวัฒน์ออกไปไกล ไม่เว้นแม้แต่ป่าเขา
จริงอยู่อาจมีคนบอกว่า สามารถไปผสมเทียมหรือกักบริเวณเลี้ยงเพื่อเลี่ยงภัยคุกคามได้ แต่การจับมาผสมเทียม หรือ เลี้ยงเพื่อขายพันธุ์นั้น แม้จะได้ลูกแพนด้าที่แข็งแรงก็ตาม แต่สัตว์ที่ไม่ได้เกิดในธรรมชาตินั้น จะไม่สามารถดำรงชีวิตในธรรมชาติได้ เมื่อปล่อยเข้าป่าไป มันจะไม่สามารถหาอาหารได้ ไม่สามารถหลีกหนีจากภัยคุกคามต่างๆ ได้ และแม้จะกันเขตอนุรักษ์ให้อยู่ แต่จากข่าวได้รายงานชัดว่า หากแพนด้าไม่สามารถย้ายถิ่นเพื่อไปผสมพันธุ์กับตัวอื่นนอกเครือญาติก็จะได้ ลูกแพนด้าที่เกิดออกมาก็จะมีสายพันธุ์ที่ด้อย (อ่อนแอ)
หรือต่อให้นำหมีแพนด้ามาเลี้ยงอย่างจริงจัง ในโรงเลี้ยงซึ่งจัดเตรียมกันเป็นอย่างดี สามารถรองรับได้มาก สร้างระบบนิเวศน์จำลองไว้ได้อย่างสมบูรณ์ก็ตามที
แต่เราไม่สามารถทำอย่างนี้กับสัตว์อีกหลายชนิดที่โดนคุกคามในรูปแบบนี้เหมือนกัน เพราะขืนทำแบบนี้กับสัตว์ทั้งมดทุกประเภท มนุษย์ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี
อันที่จริง ผมไม่จำเป็นต้องยกเรื่องราวของแพนด้ายักษ์ในประเทศจีนมาพูดก็ได้ เอาแค่ในไทยเองก็ไม่ต่างกัน
มันความจริงบางอย่างที่ชวนเจ็บปวดยิ่งนัก ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตพื้นที่อุทยานหลายแห่ง มีถนนตัดผ่าน และทุกๆ ที่ที่มีถนนตัดผ่าน ล้วนแต่เผชิญชะตากรรมเลวร้ายแทบทั้งสิ้น ไม่เพียงแต่สัตว์โดนรถชนตายขณะข้ามถนน แต่ถูกคุคามโดยการล่าเพื่อนำไปขาย หรือล่าเพื่อกินอีกมาก เพราะอ้ายระยำมันสัญจรสะดวก เลยง่ายนักในการขนย้ายของ และไม่เพียงแต่สัตว์ ไม้ใหญ่จำนวนมากถูกโค่นไปอย่างน่าใจหาย
อย่างที่เคยเขียนถึงบ่อยๆ ผมไม่ได้แอนตี้การพัฒนา เพราะตัวเองยังต้องอาศัยการพัฒนาเพื่อความสะดวกสบายในคุณภาพชีวิตเช่นกัน แต่เรื่องบางเรื่องมันต้องดูบริบทโดยรอบด้วย ใช่ว่าสักเอาแต่สบายอย่างเดียว เพราะหากทำอย่างไม่ถูกวิธี รับรองว่าได้ผลเสียมาเท่าๆ กับผลดีแน่
เราพัฒนาการคมนาคมด้วยการสร้างถนนตัดป่า ซึ่งอาจสามารถช่วยร่นระยะทางการเดินทางให้รวดเร็วลงได้ แต่สัตว์ป่ากับต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย และถูกจำกัดอาณาเขตการหากิน การสืบพันธุ์
มนุษย์เรายิ่งใหญ่ขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงสามารถบงการชีวิตคนอื่นได้ (แหม ขนาดพระเจ้ายังอาย เพราะท่านไม่เคยบงการให้ใครไปฆ่าใคร)
ลองคิดดู หากว่าบ้านที่คุณอยู่อาศัยโดยรัฐเวนคืนที่เพื่อสร้างถนตัดผ่าน คุณต้องย้ายหนี คุณจะรู้สึกอย่างไร ???
………………………..
อ่านมาถึงบรรทัดนี้ อาจคิดว่า จขบ นี้ อะไรกันนักหนา ทำไมมองโลกในแง่ร้าย ทำไมถึงชอบค้านการพัฒนานัก หากจะคิดเช่นนี้ต่อที่นี่ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่อยากให้อ่านประโยคสุดท้ายนี้กันดูหน่อย แล้วจากนี้ใครจะทำสิ่งใดก็สุดแท้ทางเดินของใครของมัน
“ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องเสียเวลามานั่งเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรรักษาส่วนนี้เอาไว้เพื่อให้เราได้ประโยชน์ที่เป็นประโยชน์ทางอ้อม”
“ผมอาจจะพูดไม่ตรงประเด็น แต่มันมีอะไรที่ต้องพูดถึงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะเคยมีการถกเถียงกันว่า พวกอนุรักษ์มันเอาแต่เก็บไว้... ไม่เกิดประโยชน์อะไร เทียบง่ายๆ อย่างป่าอนุรักษ์กับป่าสงวน ป่าสงวนคือป่าที่เรากำลังใช้ประโยชน์จากมันแล้วเราใช้ประโยชน์กับมันถูกต้องหรือยัง ถ้ามีการควบคุมอย่างดี ป่าสงวนก็จะมีการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง นั่นคือการอนุรักษ์อย่างหนึ่ง เพียงแต่ว่าเรายกเอาคำนี้มาใช้ว่าป่าที่รักษาโดยไม่ให้มีการทำไม้ ไม่ให้มีการขุดแร่ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นป่าอนุรักษ์ คำจำกัดความอาจจะเป็นอย่างหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติเพื่อจะรักษาอะไรสักอย่างหนึ่ง มันจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ว่าการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ จะต้องมองว่ามีการใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ป่าที่เก็บไว้ในรูปแบบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานควรใช้ประโยชน์ในทางอ้อม”
“สิ่งที่ผมมักพูดเสมอก็คือ ป่าเราเก็บไว้เฉยๆ ก็เป็นการอนุรักษ์ที่เราได้ประโยชน์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปตัดมาใช้ ต้นไม้ให้อากาศให้น้ำ นี่ก็เป็นการใช้ใช่ไหม ใช้โดยที่เราไม่ต้องไปตัดส่วนของมันออกมาใช้”
คาราวะดวงวิญญาณสืบ นาคะเสถียร
.....................
ไม่มีป่า ไม่มีสัตว์ และคนก็จะไม่มีชีวิต

#1 By อินี่มันรั่ว อินี่มั่นบ้า on 2009-08-18 17:41