กิสนาถึงสึนามิ ภัยที่ไม่อาจคาดถึง
posted on 01 Oct 2009 15:57 by darkworldteam in GreenWorld
ตั้งแต่เย็นวาน จนมาถึงเที่ยงของวันนี้ สายฝนหล่นจากฟากฟ้าไม่มีหยุด บางทีกระหน่ำอย่างรุนแรง ส่วนบางที่ก็โปรยปรายทำให้คืนค่ำที่ผ่านมาหลับตานอนอย่างสบาย แต่พอเมื่อตื่นมานั้น ภาพที่ได้พบกลับไม่สวยงามดั่งภาพฝันอันสวยงามของทิวาที่ผ่านพ้น
ยิ่งได้มารับข่าวสารของวันนี้เข้าด้วยแล้ว ก็อดใจหายไม่ได้กับภัยธรรมชาติที่คืบคลานเข้ามาสู่โลกในปัจจุสมัย
เมื่อวานผมได้เขียนเรื่องของพายุไต้ฝุ่นกิสนาไป ซึ่งก็ได้อ่อนกำลังลงเหลือแค่ระดับดีเปรสชั่น อาจไม่มีอะไรร้ายแรงเท่า แต่ข่าวที่ออกมาก็ยังไม่สู้ดีนัก
ก่อนอื่นขออนุญาตรายงานข่าวผลกระทบจากพายุลูกเมื่อวานในส่วนของประเทศไทยก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานผลจากพายุกิสนาพัดเข้าไทยทำให้น้ำป่าทะลักซัดฝายกั้นน้ำในเขต ต.ห้วยต้อน และโคกสูง อ.เมืองชัยภูมิ แตก 3 แห่งซ้อน เปิดทางให้น้ำจำนวนกว่า 8 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลบ่าจากเทือกเขาภูแลนคา เข้าสู่เขตเทศบาลชัยภูมิอย่างรวดเร็วไปสมทบกับน้ำป่าที่ทะลักจากลำห้วยปะทาว ด้านเขื่อนลำปะทาว จึงเร่งระบายน้ำออกจากตัวเขื่อน เพื่อป้องกันเขื่อนแตก ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ตลอดจนสถานที่ราชการ ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูง
ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี พายุเข้าสู่บริเวณอำเภอโขงเจียมมีฝนตกหนักลมกระโชกแรง ที่บ้านปากลา หมู่ 5 และบ้านนาโพธิ์เหนือ หมู่ 8 ตำบลนาโพธิ์กลาง บ้านเรือนเสียหาย 1 หลัง จากพายุพัดต้นไม้ล้มทับ เสาไฟฟ้าเสียหาย และส่งผลต่ออำเภอข้างเคียง
มีรายงานว่าปริมาณน้ำป่าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย ไหลบ่าเข้าท่วมเส้นทางเข้าสู่อุทยานฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4-5 โดยสูง 1.50 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 800 เมตร ไม่สามารถใช้รถยนต์ผ่านได้ เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำเรือท้องแบนเพื่อขนย้ายกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเบ็ญจะมะฯ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จำนวน 70 คน ที่จัดกิจกรรมเข้าค่ายออกจากพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จำนวน 2 คน ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
อ่านข่าวแบบสมบูรณ์ได้ที่ : หนังสือพิมพ์มติชน
และที่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ถือว่าเป็นข่าวไม่สู้ดีนัก กับภัยพิบัติในครั้งนี้ และหวังว่าคงไม่มีอะไรรุนแรงไปกว่านี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมพร้อมของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย และนโยบายการช่วยเหลือจาภาครัฐและเอกชนที่ต้องประสานกันอย่างไม่มีแบ่งสีเสื้อ
เรื่องหนึ่งที่เมื่อวานผมไม่ได้เขียนถึง คือ การเฝ้าระวังภัยเรื่องของโคลนถล่ม เพราะดูท่าว่าหากฝนยังตกอยู่ มีหวังได้เจออีกระลอกใหญ่แน่ๆ
ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากพายุนั้น มีโอกาสเกิดโคลนถล่มได้บ่อยแม้ว่า จะเป็นฝนที่ตกปรอยๆ ก็ตาม ก็ใช่ว่าจะรับมือไม่ได้ถ้าเรารู้เท่าทัน
ข้อสังเกต สิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดดิน...โคลนถล่ม มี 3 ข้อหลัก
ข้อแรก...ฝนตกหนักถึงหนักมาก มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน
ข้อที่สอง...น้ำในลำห้วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนเป็นสีของดินภูเขา
ข้อที่สาม...มีเสียงดังอื้ออึงผิดปกติมาจากภูเขาและลำห้วย
วิธีรับมือดิน...โคลนถล่ม เพื่อป้องกันและลดความเสียหาย กรมทรัพยากรธรณี แนะว่า ประการแรกต้องรู้ก่อนว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือเปล่า และติดตามข่าว ประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก ข้อสำคัญต้องปฏิบัติตามแผนที่ซักซ้อมไว้กับชุมชน จะหนีไปที่ไหนระหว่างเกิดเหตุและจะกลับมาได้เมื่อไร
บทเรียนที่เกิดขึ้น เป็นประสบการณ์สำคัญให้ได้เรียนรู้ธรรมชาติ อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยสูญเปล่า โดยที่ยังต้องได้รับบทเรียนบทใหม่อีกไม่รู้จบ
อ่านเรื่อง มหันตภัยโคลนถล่ม พายุฝนมากเสี่ยง ได้ที่ : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ผ่านพ้นเรื่องไทยไป ขอพาไปดูเรื่องของโลกต่ออีกสักหน่อย
ในวันเดียวกันมีข่าวน่าใจหายเกิดขึ้นอีกเรื่อง ไม่เพียงแต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่ผจญจากภัยธรรมชาติ มหาสมุทรแปซิฟิกเองก็แย่ไม่แพ้กัน
มีรายงานข่าวเข้ามาว่าเกิดเหตุการณ์สึนามิขึ้นที่อเมริกันซามัว (ดินแดนใต้อาณัติของสหรัฐอเมริกา) เป็นผลมาจากการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0 ริกเตอร์ (บางสื่อรายงานว่า 8.3 ริกเตอร์) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ และคล้อยหลังไปไม่เท่าไหร่ ก็เกิดแผ่นดินไหวบริเวณเมืองปาดัง จังหวัดสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่สำคัญอีกหนที่มนุษย์ต้องศึกษาไว้เป็นบทเรียน (แม้ว่าจะมีหลายเหตุการณ์ให้เราได้จดจำแล้วก็ตาม)

พื้นที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ ซามัว
ที่น่าห่วงคือ การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ จะมีผลกระทบมายังประเทศไทยบ้างหรือไม่ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ที่เกิดกับประเทศอินโดนีเซีย รายงานอ้างสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ว่ามีการออกคำเตือนไปยังหลายประเทศให้ระวังสึนามิ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ไทย อินเดีย และมาเลเซีย
เรื่องนี้นายอดิชาติ สุรินทร์ ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี เผยว่า จากการประเมินสถานการณ์และรันโมเดลจากความแรงของแผ่นดินไหว และศูนย์กลางที่เกิด รวมทั้งปัจจัยเรื่องระยะทางที่กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเองพบว่า หากอินโดนีเซียประกาศเตือนสึนามิหลังจากแผ่นดินไหว 1 ชั่วโมงแล้วคาดว่าคลื่นสึนามิจะมาถึง 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทยในอีก 3 ชั่วโมง และมีความสูงของคลื่นประมาณ 20 ซม.เท่านั้น โดยไทยจะเตรียมตัวได้ทัน แต่จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นยืนยันว่าไม่น่าจะมีผลกระทบและเกิดคลื่นสึนามิในประเทศไทยแน่นอน
อ่านข่าวเรื่องสึนามิได้ที่ : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ผลกระทบจากแผ่นดินไหว อินโดนีเซีย
ไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะยังวางใจได้ แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน วลีนี้มีมาช้านาน และก็ไม่ใช่เป็นเพียงประโยคสวยหรูที่จับต้องไม่ได้ การเฝ้าระวังไว้จึงเป็นการดีที่สุด
ขอฝากเรื่องราวเหล่านี้ไว้ด้วยครับ
หมายเหตุ : ประชาชนที่ประสบภัย (พายุกิสนา) ร้องขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4524-5500 หรือหมายเลข 199 ตลอด 24 ชั่วโมง

ประเทศฟิลิปปินส์
#1 By Nart on 2009-10-01 16:12