เพื่อนผมคนหนึ่งเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวน้ำตกแห่งหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า น้ำตกทุกที่ที่กูไปแม่งมีแต่ข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างให้แดก

ผมเองพอมานั่งคิดประโยคที่มันบอกก็เห็นจะจริง แม้ว่าจะยังไม่ได้ไปทั่วทุกที่ก็ตาม แต่ที่ไหนที่มีน้ำตกเป็นแหล่งเชิดหน้าชูตา  ก็มักมีร้านค้าสวัสดิการที่ผู้ดูแลเปิดให้เช่า  และส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารดังว่า

ไม่รู้ว่าเรามีวัฒนธรรมแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกัน เมื่อไหร่ที่ไปก็อดไม่ได้ที่จะสั่ง หรือเพราะไม่มีอย่างอื่นให้สั่ง หรือว่ากินข้าวผัดตอนชมน้ำตกไม่อร่อยหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้

นอกจากข้าวเหนียวส้มตำแล้ว ไอเพื่อนของผมมันยังเอ่ยปากชมอีกว่า เดี๋ยวนี้ไปกันสบายๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่ต้องเตรียมอะไรไปแล้ว ไปหาเอาดาบหน้าก็ได้ ที่ทำงานอุทยานฯ หรือที่ไหนๆ ก็มีพร้อม จะมีข้อเสียก็แต่ร้านพวกนี้ปิดตามเวลากำหนดเท่านั้นล่ะ

ปกติแล้ว ผมกับเพื่อนคนนี้สมัยเรียนมักไปเที่ยวตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติด้วยกันเสมอ อุทยานแห่งชาติหลายแห่ง น้ำตก หรือนอนลอยแพบนน่านน้ำนิ่งสงบของเขื่อนศรีฯ ต่างก็เคยมาแล้ว แต่พอมาเจอประโยคล่าสุดของมัน ทำเอาผมอึ้งไปพักใหญ่ เลยถามมันกลับไปว่าตกลงว่ามึงอยากไปสบาย (ไม่ใช่ไม่ตาย)

มันก็สวนมาทันทีว่าก็เออสิ ถ้าไปแล้วไม่สบาย จะไปทำไม วันหยุดจากการทำงาน ก็อยากไปเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ บ้าง แต่ขอแบบเป็นธรรมชาติๆ นะ

....

หลังจากผละจากมันมา ผมก็ได้แต่คิดว่า บางทีเราอาจลืมความหมายที่แท้จริงของการไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติไปแล้วหรือเปล่า

จริงอยู่ที่ว่าเลาเราอยากพัก เราต่างก็อยากพักอย่างสบายๆ ด้วยกันทั้งนั้น คงไม่มีใครอยากไปลำบากในวันเสาร์อาทิตย์ให้เหนื่อยล้าเพื่อกลับเข้ามาทำงานในเช้าวันจันทร์ดอก

แต่ให้ตายสิ นี่มันสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาตินะ

คนที่จะไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นธรรมชาติอยู่นั้น ย่อมเป็นคนที่ถูกธรรมชาติเลือกแล้วว่าเหมาะสม พร้อมที่จะสามารถปรับสภาพกายให้เข้ากับธรรมชาติได้ สามารถนอนกางดินกินกลางทรายได้ สามารถที่จะอยู่กับยุงและทากได้

ความจริงที่ว่าเหล่านี้ มันคือความลำบาก แต่นั่นก็คือ การควบคุมปริมาณของคน ขยะ และการทำงานของธรรมชาติที่พร้อมจะฟื้นตัวได้อย่างไม่ยากเย็นหลังจากคนที่หนึ่งออกไปก่อนคนที่สองจะเข้ามา

ธรรมชาติได้เลือกให้คนคนหนึ่งไป แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ใครคนใดไปก็ได้ และที่สำคัญ เราไม่มีสิทธิที่จะแปรสภาพสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น ให้เป็นตลาดนัดขนาดย่อมของคนชอบเที่ยว (แต่ทุกวันนี้มันกลับเป็นว่าเรานั้นได้แปรเปลี่ยนสถานที่เหล่านั้นไปแล้ว)

ตลกที่ไม่ว่าไปที่ไหน เบื้องหน้าสถานที่ต่างถูกแปรสภาพไม่ต่างกัน ร้านค้า ที่พัก ผุดขึ้นมากมาย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา โดยไม่สนว่าธรรมชาติรับได้แค่ไหน

พอที่ที่หนึ่งพังไป ก็เฮโลไปสร้างที่ใหม่กันต่อ ทำลายกันเป็นทอดๆ ตามนโยบาย เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้

ไม่ไปคงไม่รู้ว่ามันเสื่อมโทรมแค่ไหน หรือไม่ไปก็คงไม่พัง

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่ง เป็นน้ำตกสวยหรู ทุกๆ ปี จะมีน้ำไหล ให้เราเห็น แม้ว่าจะเป็นหน้าแล้งก็ตามที แต่ทำไมเดี๋ยวนี้หน้าแล้ง สายธารอันงดงามที่ธรรมชาติสร้างไว้จึงเหลือแต่ซากปรักหักพังของเศษขยะที่คนไปเที่ยวได้ทิ้งให้ดูต่างหน้าแทน

ก็เพราะการเรียกร้องความสะดวกสบายทั้งนั้นล่ะ

มันไม่เคยมีน้ำตกสายไหน ที่อยู่ริมถนนหลวง แต่เราก็ตัดถนนผ่านป่าเข้าไป เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าถึง เราถางป่าจำนวนมาก เพื่อมันให้เป็นที่โล่งเตียนสำหรับการสร้างเกสเฮาส์ราคาหลายพันต่อคืน และเราได้ทำลายป่าต้นน้ำอันเป็นวงจรสำคัญในการหล่อเลี้ยงให้สายน้ำยังคงมีอยู่ไม่ว่าฤดูกาลไหน (ซ้ำร้ายคนปลายน้ำนี่สิ แทบจะร้องไห้ เพราะไม่มีน้ำจะใช้ ลำพังเขาใช้น้ำขี้ตีนคุณก็แย่แล้ว)

ทำไมหน้าร้อนเดี๋ยวนี้ ถึงไม่มีน้ำให้ได้เล่น แล้วทำไมหน้าฝนน้ำจึงหลากจากป่าอย่างแรงจนมีข่าวคนตายเป็นว่าเล่น

คำตอบที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

ใช่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนั้นคือส่วนหนึ่ง แต่ตัวการของการเปลี่ยนของสภาพอากาศล่ะ คืออะไร มันคือความสะดวกสบายที่เราต่างถวิลหากันนักใช่หรือไม่

อย่าคิดว่าไม่เป็นไร อย่าคิดว่ามันไม่มีผลกระทบแค่ว่าสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ จะหายไป เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายแค่นั้น ยังมีอื่นๆ อีกมาก หากคิดจะเที่ยวยังสถานที่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

ไม่ใช่สักแต่สั่งส้มตำกินกันอย่างเดียว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คนแรกกกกกกกกกกกกกกก

#1 By freeda on 2009-11-04 13:14

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดcry cry cry cry

คนนี้มาแรง สัญชาตญาณบอกกกกกกก

#2 By freeda on 2009-11-04 13:15

เป็นไรมากหรือเปล่าป้า

#3 By โลกมืด on 2009-11-04 13:15

ไม่อ่าน....เลิกประชุมคอยมาอ่าน แล้วกลับบ้านก่อน

#4 By freeda on 2009-11-04 13:16

คุ้นๆ นะ คิดเองบ้างดิ

#5 By โลกมืด on 2009-11-04 13:16

นั่นสิครับ น้ำตกใกล้กรุงเทพนี่ขับรถ
ไปนั่งกินส้มตำได้ริมน้ำตกเลยsad smile
ถ่ายรูปมามีแต่แก๊งส้มตำ

#6 By XEGXEF on 2009-11-04 13:18

^
^
^
ใครเป็นญาติคุณมืดมิทราบ

#7 By freeda on 2009-11-04 13:19

อ้ายยยยยยยยยยย!!!

ขอโทษคอมเมนต์ที่ 6 คะsad smile sad smile sad smile

#8 By freeda on 2009-11-04 13:24

เอิ่มมมมม คนที่เท่าไหร่หว่า ???
sad smile

#9 By Nart on 2009-11-04 13:28

แหะๆ พอดีเพิ่งเดินขึ้นทีลอซูมา
หวังว่าแอ้จะเป็นจำพวกที่คลุกฝุ่น เหมาะแก่การเดินป่าได้นะคะ (ถึงแม้จะบ่นไปตลอดทางก็ตาม)

confused smile

#10 By แอ้ on 2009-11-04 13:29

ขำ cement ที่ 8

#11 By โลกมืด on 2009-11-04 13:31

ที่ี 11 open-mounthed smile

#12 By j-di on 2009-11-04 13:31

เราว่า สาเหตุที่แถวๆ น้ำตกมีร้านส้มตำอาจเป็นเพราะ ส้มตำมันก็แล้วความเผ็ดของมันทำให้ร่างกายที่ดูล้าๆ จากการเดินเล่น เล่นน้ำ ดูมีพลังได้นะ

"เอาส้มตำมาแก้เมื่อยหน่อย" เห็นหลายคนพูดอย่างนี้ค่ะ

เราเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติหลายครั้ง บางทริปก็กินแบบพอให้อยู่รอดมีแรงเดิน แต่บางทริปก็ขนไปทำกินจนเหมือนไปเพื่อกินไม่ไช่ไปเที่ยว มันก็หลายๆ บรรยากาศค่ะ

surprised smile

#13 By นกจร on 2009-11-04 13:31

Hot! เอนทรี่นี้ถูกใจมากๆ เลยค่ะ...

อารมณ์ตอนไปน้ำตกแล้วเจอตลาดนัดขนาดย่อมนี่ อย่างเซงอ่า...

แถมยังมีพวกขยะที่ตามมาอีกด้วย

sad smile

#14 By Nart on 2009-11-04 13:32

พลาดดดดดดดด

#15 By j-di on 2009-11-04 13:32

ก็รัฐต้องการให้คนเที่ยว เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียน

ก็ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก

เราจึงต้องทำทุกอย่างที่เป็นสถานทีท่องเที่ยว เพื่อขาย

คำถามต่อรัฐคือ คุณจะขุดทุกอย่างมาขายโดยไม่สนในวิธีการขนาดนั้นเลยหรือ ทำไมต้องเปลี่ยนสถานที่เพื่อให้ใครก็ได้สามารถแบกหำตัวเองอย่างเดียวก็เที่ยวได้

ทั้งที่ความเสน่ห์อย่างหนึ่งของมันก็คือ ถ้าคุณเจ๋งพอ เราจะรออยู่ตรงนี้

หากไม่เปลี่ยนวิธีคิด ต่อไปนี้เราจะเห็นกระเช้าขึ้นภูกระดึง ทางหลวงตัดถึงทีลอซู ฯลฯ

อยากลาออกจากการเป็นคนไทย สามารถยื่นเรื่องตรงไหนบ้าง

#16 By buggo on 2009-11-04 13:33

ยังไม่อ่าน ได้ มะ

ขอไป ประ ชุม ด้วย อีก คน

ช่วงนี้ งาน ยุ่ง


embarrassed embarrassed

#17 By j-di on 2009-11-04 13:34

พอดี เป็นระดับผู้บริหาร ก็เลยให้เลขาจัดการเลื่อนประชุมไปก่อน มีเวลาเล็กน้อยที่เข้ามาอ่านและ ..


ระดับแอ๊สเซ๊ตคูทีป มาอ่านก็ต้อง ละเอียดอ่อนนิดนึ่งนะ อาจจะมีการคอมเมนต์แบบวิชาการหน่อย คิดว่าคงรับได้นะ

เผอิญเป็นคนมีสาระ(หึ หึ)

ปล...ไม่ทราบว่า #17 ยุ่งอะไรมิทราบ

#18 By freeda on 2009-11-04 13:39

ความเห็นที่ 18

พอดี ช่วงนี้ ยุ่ง เรื่อง นอน น่ะ ครับ

กำลังจัดที่ นอน ให้ ผู้บริหาร

#19 By j-di on 2009-11-04 13:41

แล้ว 18 ไปยุ่งไรกับ 17

#20 By โลกมืด on 2009-11-04 13:41

แล้ว จขบ. มายุ่งอะไรกับ 17 กับ 18



อีกอย่าง ถึงฉันจะป้า ก็รับรองได้ว่า หน้าอ่อนกว่าคุณโลกมืดแน่นอน!!!



ชิมิ 17

#21 By freeda on 2009-11-04 13:46

1, 2, 4, 7, 8, 18, 21 แก่

#22 By โลกมืด on 2009-11-04 13:54

เรื่อง หนัง หน้า

ว่าใครเด็กกว่ากัน น้องไม่ทราบครับ
ความเห็นที่ 21

ต้องเอากล้องจุลทรรศน์

มาส่องดู หนังหน้า เอา

แต่ ที่ แน่ ๆ หนังหน้า น้อง คง อ่อนสุด



ป.ล. อ่าน จบ และ แต่ยังคิดไม่ออกว่า
จะเม้นต์ จขบ นี้ ยังไง ไปประชุม ต่อ และ

#23 By j-di on 2009-11-04 13:57

12 ,15 ,17 ,19 ,23

เด็ก





#24 By j-di on 2009-11-04 13:59

ก็เลิกท่องเที่ยวกันดีกว่าครับ มาทำเมทริกซ์กันดีกว่า อยากไปเที่ยวไหนก็เสียบสายเข้าสมอง ออนไลน์เอา

ส่วนตัวคิดว่า มนุษย์เราก็เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมตามใจกันมาตลอดทั้งนั้น
และผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดซะด้วยสิ เพราะมันเป็นการกระทำของสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญา ที่จะสร้าง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อะไรก็ตามที่ไม่มีความคิด ไปตามใจชอบ

ที่ดินทำนา สร้างบ้าน ตั้งเมือง ตัดถนน ก็เกิดจากการถางป่าทั้งนั้น ไม่ใช่ถางเมื่อเร็วๆนี้ ก็ถางเมื่ออดีตที่ผ่านมา ร้อยปี พันปี หมื่นปี
ในมุมมองของผม การที่ผมรักธรมชาติคือการพูดถึงผลประโยชน์ระยะยาว ไม่ใช่ความรักต่อโลกอะไรอย่างนั้น
ผมเห็นด้วยที่เราอยากจะรักษาธรรมชาติ เพื่อการใช้ชีวิตของลูกหลาน เพื่อนพ้อง และตัวเรา ในอนาคต

พูดแล้วก็ออกไปนอกเรื่อง ผมไม่ชอบการคิดว่าธรรมชาติมีไว้รอคนที่จะบุกเข้าไปหามันได้ เท่านั้น
คนเราใช้เครื่องมือตลอดเวลา แม้แต่ร่างกายเปล่าๆของเราก็เป็นเครื่องมือ การทิ้งกลิ่นของตัวเองไว้ ก่อกองไฟ มีผลต่อสัตว์ป่ารึเปล่า ขีดจำกัดอยู่ที่ไหน ใครกำหนด

สุดท้ายแล้วมนุษย์เราก็ต้องแย่งกันฉกฉวยธรรมชาติ การตั้งร้านค้า ที่พัก ในจุดท่องเที่ยวที่นิยม กับการตัดไม้เถื่อน หรือถางป่าปลูกพืช อะไรจะเสื่อมช้ากว่า อะไรทีคุณจะให้เขาเลือก

บางครั้งเราก็ต้องยอมเลือกสิ่งที่ดีไม่พอสำหรับเรา แต่ดีที่สุดในเวลานั้น
คุณยังมีทางเลือก
พวกเขามีหรือไม่?

ป.ล. ทุกคำพูดจากใจจริง ไม่ได้ประชดใดๆทั้งสิ้นๆ
น้ำตก ขยะ โอยยยย sad smile

#26 By Prim on 2009-11-04 14:21

ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เค้าจะสร้างอุทยานแห่งชาติขึ้นมาทำไม ในเมื่อมันสร้างถนน ร้านค้า สิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นมาด้วย จุดประสงค์หลักของการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติในปัจจุบัน อาจจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวซะมากกว่ารักษาพื้นที่ป่านะครับ

ใครจะไปรู้ นอกากร้านส้มตำ ต่อไปเราอาจจะเห็น ร้านผัดไทย ร้านชา หรือแม้แต่เซเว่นอีเลเว่นในที่ทำการอุทยานก็เป็นได้Hot! Hot!

#27 By Clepsydra:: on 2009-11-04 15:25

จากที่อ่านนมามี 2 ด้าน
ด้าน1 กับ ด้าน2 ( ไม่อยากใช้คำว่าแง่ลบ และ แง่บวก)เพราะทุกอย่างมี ด้านของมัน

อยู่ที่ใครจะมองด้านไหน ( ซึ่งพี่ขอแค่ 2 ด้านก็พอ ไม่ขอมองถึงลายระเอียดของ ส่วนผสมของมัน)

มองในด้านหนึ่งก่อนนะ

การจะมีส้มตำขายกันแถวน้ำตก จากประสบการณ์ที่ป้า เคยทำงานที่สวนพฤษศาสตร์ (แม่ริม) จากระยะการเดินทาง จากในเมืองสู่ที่ทำงานที่นั่นใช้เวลาขับรถขึ้นดอย ประมาณ 1 ชม.

และ ข้างทางขึ้น( สายแม่ริม จริงๆมีอาหารตามสั่งเยอะมากกกก) ไม่ใช่แค่ ส้มตำ sad smile sad smile sad smile แต่พี่คิดว่า ป้ายส้มตำอาจใหญ่กว่าป้ายอาหารตามสั่ง ( มีความน่าจะเป็นแน่นอน เพราะเคยคิดตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ทำงานที่นั่น)


แต่คนเลือกที่จะกินข้าวเหนียวส้มตำ เพราะ น่าจะเกิดจาก กินอาหารตามสั่งในเมืองง่ายกว่าไหม๊ และที่สำคัญ ถ้าไปขึ้นดอย ไปเที่ยวน้ำตก น่าจะใช้พลังงานมากกว่าปกติ ซึ่ง ข้าวเหนียวส้มตำอยู่ท้องเป็นที่สุด ( ใช้ตัวเองเป็นพืิ้นฐานนะ ไม่ได้เอาคนอื่นมาวัด ซึ่ง พื้นฐานแต่ละคนไม่เหมือนกัน)big smile

ส่วนการเที่ยวแล้วลำบาก ก็ไม่ต้องไปเที่ยว อยู่บ้านนอน อ่านหนังสือสะ เพราะถ้าไปแล้วมาเพื่อบ่น เพื่อนั่น นู่ นี่ ( ในส่วนตัวพี่ว่า ไม่แมนเท่าไหร่ ) นึกจะเที่ยว มันต้องเจออะไรบ้าง ทนบ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง ถ้าให้สมบูรณ์ ก็ต้องไปที่แพงๆ ( ซึ่งบางที่แพง ก็ไม่สมบูรณ์ก็มี)

พอก่อน


เดี๊ยวมาว่ากันอีกด้าน
big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#28 By freeda on 2009-11-04 15:44

น้ำตกมันออกแนวป่าๆ มีน้ำตกส้มตำก็ดูเข้ากันอยู่น๊า

แต่ถ้ามี ร้านซีฟูด ภัตราคาร สเต๊ก อาหารญี่ปุ่น ไปตั้งมั่ง

ฮื่มมมมม นึกภาพไม่ออกเหมือนกันค่ะ

จขบ.ว่าจะดีป่ะ


เม้นท์แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปประชุมกะเค้าด้วยก่อน เข้าสายแล้ว

#29 By Pat on 2009-11-04 15:51

แล้วมันจะเหลือความงามมั้ยนั่น..

#30 By kriangkrai on 2009-11-04 16:00

น้ำตกแถบเชียงใหม่มีทุกที่ค่ะ..sad smile

#31 By Kiss The Rain on 2009-11-04 17:58

ส้มตำ มาพร้อมกับสุนทรียภาพของมนุษย์

#32 By แวนด้า on 2009-11-04 22:46

ส้มตำเข้าถึงทุกที่จริงๆsad smile ไปเที่ยวอินโดยังเจอซองมาม่าเกยตื้นเลยค่ะ
...สวัสดี ประเทศไทย

#33 By Mango Hotel on 2009-11-04 22:49

นั่นสิคะ

ทำไมมันต้องส้มตำน้ำตำหว่า

หรือว่ากินข้าวมันไม่ได้อารมณ์หว่า



ไม่รู้ง่ะ


แต่ตอนนี้


หิวจัง


big smile

#34 By tae_moship on 2009-11-04 23:32

รู้สึกว่าพี่จะมีความคิดเห็นเดียวกะพี่ชายที่บ้านนะคะ
อุทยานที่ไม่มีแม้กระทั่งห้องน้ำให้ ก็ยังเคยโดนลากไปมาแล้ว แต่จะเห็นได้ว่า อุทยานประเภทนี้ป่าเขาจะอุดมสมบูรณ์มา่ก และให้หิ้วขยะลงไปทิ้งนอกเขตอุทยาน

เห็นด้วยนะคะ อย่างน้อยก็จะได้เหลือธรรมชาติจริงๆไว้บ้าง big smile

#35 By MoMo on 2009-11-05 10:49

ชอบนะ

คือนั่งกินริมน้ำตกแล้วซัดส้มตำกันไป

คือถ้ามีโซนขายไกลๆจากน้ำตกก็โอนะ

แต่บางทีขายติดเลยอย่างนี้ก็ไม่ไหว

ล่าสุดไปดีมากเลยที่ไหนหวาจำไม่ได้คือสะอาดมาก

ทุกคนช่วยกินเก็บ ถังขยะก็มีเป็นจุดๆ

เดี๋ยวนี้คนช่วยกันดูแลขึ้นเยอะแล้วล่ะ

#36 By k_i on 2009-11-06 00:41